“ครีมเทียม” ใส่มากเกินไป..อันตรายกว่าที่คิด!!

ท่านผู้อ่านที่รักสุขภาพทั้งหลายทราบกันไหมคะว่า 1 ใน 3 ส่วนของส่วนประกอบในครีมเทียมนั้น คือ “ไขมัน” และ 2 ส่วนที่เหลือ คือ “น้ำเชื่อมกลูโคส” หรือน้ำตาลนั่นเอง ส่วนประกอบอื่นอีกนิดหน่อยก็เป็นสารเคมีในการแต่งกลิ่น และสี มีสารป้องกันการเกาะตัวเป็นก้อน โปรตีนนม หรือ โซเดียมเคซิเนต

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สาวกที่ชอบดื่มกาแฟแล้วใส่ครีมเทียมทีละหลายๆ ช้อน เพื่อเพิ่มความมัน คงต้องรีบหยิบซองครีมเทียมมาอ่านฉลาก เพื่อดูส่วนประกอบกันใช่ไหม ดูแล้วคงผวา เพราะส่วนประกอบแต่ละอย่าง หากบริโภคเข้าไปในปริมาณมาก ก็ส่งผลร้ายต่อร่างกายเราได้เหมือนกัน

ครีมเทียม เป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบครีมจากน้ำนมโคที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จนมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะเนื่องจากครีมเทียมมีราคาถูก สะดวกในการใช้ และเป็นของแห้งทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน ครีมเทียมมีส่วนประกอบคล้ายครีมจากน้ำนมโคคือ มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน โปรตีน และน้ำตาล ครีมเทียมทำเลียนแบบครีมแท้ โดยการนำส่วนประกอบไขมันจากน้ำมันปาล์ม โปรตีนนมที่แยกออกจากน้ำนมโค น้ำตาลทรายและน้ำ กลับมาผสมรวมกัน โดยต้องมีส่วนประกอบอื่นอีก

ในการทำส่วนผสมหลักดังกล่าว สามารถรวมเป็นเนื้อเดียวคล้ายคลึงกับครีมแท้ แล้วจึงนำไปทำให้แห้งเป็นผงละเอียด ส่วนประกอบของครีมเทียม อันได้แก่ ไขมันจากปาล์ม เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด เพื่อให้ความมัน และโปรตีนจะช่วยเสริมไขมันในการทำ ให้ครีมเทียมมีสีขาวเมื่อกระจายตัวในน้ำ และให้ความข้นได้เนื้อสัมผัสที่ดี

นอกจากนี้ยังให้กลิ่นรสของโปรตีน ซึ่งโปรตีนที่นิยมใช้ คือโปรตีนที่ได้จากการตกตะกอนโปรตีนนม แล้วทำให้แห้งเป็นผงละเอียด ที่เรียกว่า โซเดียมเคซิเนต น้ำตาลทำหน้าที่ให้รสหวาน และให้ความข้น น้ำตาลที่นิยมใช้ก็คือ กลูโคสไซรัป (glucose syrup) มีการใช้สารอิมัลซิไฟเออร์ในส่วนประกอบ เพื่อช่วยให้การรวมตัวกันของไขมัน และส่วนประกอบอื่นๆ รวมตัวกันได้ดี สารอิมัลซิไฟเออร์ที่นิยมใช้ คือมอโนกลีเซอร์ไรด์รวมกับพอลิซอร์เบต 60 และยังมีการใช้สารให้กลิ่นรส คือสารที่ให้กลิ่นรสนม

กรรมวิธีการผลิตครีมเทียม คือการผสมส่วนประกอบทั้งหมดยกเว้นน้ำมันพืช และสารอิมัลซิไฟเออร์ลงในน้ำให้กระจายตัวเข้ากันดี แล้วเติมน้ำมันพืชและสารอิมัลซิไฟเออร์ ผสมให้น้ำมันพืชกระจายตัวสม่ำเสมอ และนำไปเข้าเครื่องฮอโมจิไนเซอร์ ซึ่งเป็นเครื่องลดขนาดน้ำมันให้มีขนาด อนุภาคเล็กกว่า 2 ไมครอน (1 ไมครอน = 0.0001 ซม.) ทำให้ส่วนผสมรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน และเข้าสู่การทำให้แห้งเป็นผงต่อไป

ที่ผู้เขียนได้พยายามยกกระบวนการมาอธิบายอย่างคร่าวๆ ก็เพื่อให้คุณผู้อ่านทราบว่า เหตุใดครีมเทียมจึงมีการใช้ส่วนประกอบต่างๆ มากมาย ดังวัตถุประสงค์ที่ผู้บริโภคนำมาเติมลงในกาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆ ก็เพื่อเพิ่มความมัน ให้เครื่องดื่มมีรสชาติกลมกล่อม ในราคาประหยัด หรือการใช้เพื่อทดแทนครีมจากนมซึ่งมีราคาแพง

จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบต่างๆ ในครีมเทียมนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ส่งผลร้าย หากร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินความจำเป็น ทั้งไขมันพืช และน้ำตาล ซึ่งไขมันในครีมเทียมนั้น จัดเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่อาจก่อให้เกิดสภาวะที่ผิดปกติกับร่างกาย คือ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักและไขมันส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น, มีภาวะการทำงานของตับที่ผิดปกติ, มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart Disease) โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

จากหลายๆ งานวิจัยที่ศึกษาถึงเรื่องไขมันทรานส์ และเมื่อเรากินน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) มากเกินไป โดยเฉพาะพวกน้ำตาลเชิงเดี่ยว (น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง น้ำตาลในผลไม้ น้ำตาลในนม) น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรดมากเกินไป ร่างกายเกิดภาวะไม่สมดุล จึงมีการดึงแร่ธาตุจากส่วนต่างๆ ภายในร่างกายมาแก้ไขความไม่สมดุล ทั้งยังทำให้เกิดไขมันสะสม น้ำตาลจะถูกเก็บไว้ที่ตับ ในรูปของไกลโคเจน แต่ถ้ามีมากจนเกินไป ตับก็จะส่งไปยังกระแสเลือด และเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน โดยจะสะสมไว้ในส่วนของร่างกาย ที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น สะโพก ก้น ขาอ่อน หน้าท้อง

หากยังคงรับประทานน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง กรดไขมันจะสะสมไว้ที่อวัยวะภายในอื่นๆ เช่น หัวใจ ตับ และไต ดังนั้น อวัยวะเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกห่อหุ้มด้วยไขมันและน้ำเมือก ร่างกายจะเริ่มผิดปกติ

ความดันเลือดจะสูงขึ้น อาการปวดศีรษะเรื้อรัง เป็นตะคริวเวลามีรอบเดือน เป็นสิว ผื่น แผลพุพอง ตกกระ แผลริดสีดวงทวาร ไมเกรน เบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ มะเร็งตับ เหล่านี้ล้วนสัมพันธ์ กับการรับประทานน้ำตาลมากเกินไปด้วยนะคะ และน้ำตาลยังทำให้อาการของโรคติดเชื้อที่เป็นอยู่ ทวีความรุนแรงขึ้น เพราะเชื้อโรคทุกชนิดใช้น้ำตาลเป็นอาหาร

เมื่อผลร้ายมากกว่าผลดีต่อสุขภาพอย่างนี้ คุณผู้อ่านที่รักสุขภาพทั้งหลาย คงต้องหันมาลด ละ เลิก หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคครีมเทียมลงกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว หรือลองหันมาใช้นมสดใส่ลงในกาแฟ หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความมัน แทนการใช้ครีมเทียมกันดีกว่า

นอกจากกาแฟแล้ว ผู้เขียนยังเห็นว่าเครื่องดื่มประเภทพวกชานม ชานมไข่มุก ยังมีการเติมครีมเทียมในเครื่องดื่มนั้นๆ ในปริมาณมากอีกด้วย เด็กๆ ที่ชอบทานเครื่องดื่มเหล่านี้ อาจต้องระมัดระวัง หรือเลือกซื้อกับร้านที่ใช้นมผงหรือนมสดเป็นส่วนประกอบกันดีกว่า

อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat ทานอะไรก็ส่งผลต่อร่างกายเราตามสิ่งที่เราทานนั่นแหละ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    • http://www.thaihealth.or.th